แมนฯ ซิตี้ รอดตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกหวุดหวิด พร้อมลุ้นเจอ เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น

แคมเปญ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะจบลงเหมือนกับร้านขายสินค้าที่หน้าสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ที่เกิดเพลิงไหม้ก่อนเกมจะเริ่ม แต่ด้วยการแก้สถานการณ์บนสนามทำให้พวกเขารอดเข้ารอบเพลย์ออฟได้อย่างหวุดหวิด แม้แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) ผู้จัดการทีม แมนซิตี้ ก็ยังรู้สึกถึงลางร้าย โดยกล่าวว่า “เมื่อผมเห็นไฟไหม้ก่อนเกม ผมคิดว่า ‘นักข่าวมีพาดหัวข่าวพร้อมแล้ว” โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ก่อนเกม ขณะที่ แมนซิตี้ ก็สามารถผ่านค่ำคืนแห่งความตึงเครียดและประสาทเสียมาได้ แม้จะแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูกาลนี ต่อไปพวกเขาจะต้องเจอกับ เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค – สถานการณ์ที่อาจทำให้แฟนบอล ซิตี้ ที่เหนียวแน่นที่สุดยังต้องสั่นสะท้าน การจบอันดับที่ 22 ของ ซิตี้ ในรอบแรกของ แชมเปี้ยนส์ ลีก รูปแบบใหม่ หลังชัยชนะ 3-1 เหนือ คลับ บรูจส์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ควรเป็นความอับอายสำหรับสโมสรที่มีความทะเยอทะยานสูง และเป็นแชมป์รายการนี้ในปี 2023

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2023 เพิ่งผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟได้อย่างหวุดหวิด 

 

หลังเอาชนะ คลับ บรูจส์ 3-1 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มรูปแบบใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนเกมเมื่อร้านขายสินค้าหน้าสนามเกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นลางร้ายโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) กุนซือของทีม การเข้ารอบเพลย์ออฟของ แมนซิตี้ ในครั้งนี้ถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากสถานะแชมป์เก่าและการลงทุนมหาศาลของสโมสร โดยพวกเขาจบอันดับที่ 22 จากการแข่งขันรอบแรก ซึ่งถือเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก

 

เกมนี้ แมนซิตี้ เผชิญช่วงเวลาวิกฤตเมื่อ ราฟาเอล โอนเยดิก้า (Raphael Onyedika) ยิงให้ บรูจส์ นำก่อนหมดครึ่งแรก 

 

ทำให้ทีมต้องการ 2 ประตูเพื่อเข้ารอบ บรรยากาศในสนามเงียบกริบ ยกเว้นมุมที่แฟนบอลทีมเยือนส่งเสียงเชียร์ ปัญหาของ แมนซิตี้ ในฤดูกาลนี้ยังคงเป็นเรื่องของแนวรับที่เปราะบาง สโบเบ็ตออนไลน์ โดยเฉพาะในตำแหน่งริมเส้น และแนวรุกที่ทำประตูได้น้อยลง สถิติที่น่าตกใจคือนี่เป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่ทีมของ กวาร์ดิโอล่า ไม่มีแม้แต่การยิงเข้ากรอบในครึ่งแรก สโบเบ็ตออนไลน์ นับตั้งแต่เกมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเดือนกันยายน 2022 กวาร์ดิโอล่า แสดงอาการหงุดหงิดตลอดเกม ทั้งกุมศีรษะและเตะกล่องเครื่องดื่มข้างสนาม แม้ภายหลังเขาจะหัวเราะและพยายามผ่อนคลายสถานการณ์ด้วยการพูดถึงความสำเร็จในอดีตสมัยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ต่อจากนี้ แมนซิตี้ จะต้องเจอศึกหนักในรอบเพลย์ออฟ กับหนึ่งในสองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากสำหรับแชมป์เก่าที่กำลังประสบปัญหาฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้

 

เป๊ป ต้องการ แจ็ค กรีลิช ร่างที่คว้า ทริปเบิ้ลแชมป์ หากเจ้าตัวหวังกลับมาลงเล่นตัวจริงให้เรืออีกคร้้ง

ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็ป กวาร์ดิโอลา กล่าวว่า แจ็ค กรีลิช ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับการกลับมาอยู่ในทีมสตาร์ทติ้งลิเนอัป โดยแสดงคุณภาพเช่นเดียวกับตอนที่สโมสรคว้าแชมป์ทรีเบิลในปี 2023

นักเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 29 ปี ปรากฏตัวในลีกคู่ของแมนซิตี้ 14 นัดจาก 20 นัด แต่เริ่มแข่งเพียง 6 นัดเท่านั้น กรีลิชลงเล่นเพียง 6 นาทีในการชนะเวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยเข้าแทน เออร์ลิง ฮาลันด์ ในนาทีที่ 84 ส่วนซาวินโญ นักเตะชาวบราซิล มูลค่า 30.8 ล้านปอนด์จากจิโรน่า เป็นผู้เริ่มแข่งแทนกัปตันเก่าแอสตัน วิลล่า และส่งให้แฮลันด์ทำประตูถึง 2 ลูก เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กล่าวว่าจะร่วมมือกับกรีลิช ทางเข้าสโบเบ็ตล่าสุด เพื่อช่วยให้เขากลับมามีฟอร์มดังเดิมเหมือนตอนที่เป็นนักเตะหลักเมื่อสองฤดูกาลก่อน เมื่อแมนซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และแชมเปี้ยนส์ลีก

เมื่อถูกถามว่าซาวินโญ่ อาจเป็น ‘ตัวอย่าง’ ให้กับกรีลิชเพื่อกลับมาติดทีม

เฮดโค้ชแมนซิตี้ กล่าวว่า “ซาวินโญ่ อยู่ในสภาพที่ดีกว่ากรีลิช และนั่นคือเหตุผลที่ฉันให้เขาลงเล่นกับเวสต์แฮม”

“ฉันต้องการ กรีลิช ที่คว้าแชมป์ทรีเบิล? ใช่ ฉันต้องการ แต่ฉันพยายามซื่อสัตย์กับตัวเอง พวกเขาต้องสู้ คุณอาจบอกว่านี่ไม่ยุติธรรม โอเค ถ้าคุณคิดแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่คุณต้องพิสูจน์ว่า ‘โอเค ฉันจะสู้กับซาวินโญ เพื่อสมควรได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้’ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ และทุกเดือน”

แจ็ค กรีลิช (Jack Grealish) นักฟุตบอลหนุ่มชาวอังกฤษได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิหลังย้ายจาก แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) ไปยัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ด้วยค่าตัวสูงถึง 100 ล้านปอนด์ในฤดูร้อนปี 2021 โดยเขาสามารถคว้าถ้วยรางวัลสำคัญได้มากมาย ประกอบด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีก (Champions League) และถ้วยเอฟเอคัพ (FA Cup)

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยพบกับความพ่ายแพ้ถึง 9 นัดจาก 13 นัดก่อนช่วงคริสต์มาส ซึ่ง 6 ในนั้นเป็นการแพ้ในพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ทีมหลุดออกจากการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 5

เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กุนซือชาวสเปนของทีมได้กล่่าวถึง กรีลิช ในแง่มุมที่น่าสนใจ 

โดยระบุว่า นักเตะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและสร้างจังหวะ กรีลิช พลาดการแข่งขันไปสองนัดในช่วงวันหยุดประจำปี ก่อนจะกลับมามีส่วนสำคัญในการชนะ เวสต์แฮม (West Ham) ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมได้เป็นอย่างดี

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาบาดเจ็บ และต้องการจังหวะในการเล่น แต่นักกีฬาจำเป็นต้องฝึกซ้อม” กวาร์ดิโอลา กล่าว “ฉันไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับคุณภาพของ แจ็ค หรือนักเตะคนอื่นๆ หากพวกเขาไม่มีคุณสมบัติพิเศษ พวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”

เขายังเสริมว่า “ฉันต่อสู้มากเพื่อให้เขามาอยู่ที่นี่ ฉันรู้ว่าเขาทำได้ เพราะฉันเห็นระดับความสามารถของเขา และฉันต้องการเห็นเขาแสดงออกมาในทุกๆ การฝึกซ้อมและทุกๆ การแข่งขัน”

การย้ายทีมของ กรีลิช มาสู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทางเข้าสโบเบ็ตล่าสุด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอาชีพการเล่นฟุตบอล เขาได้ย้ายจากสโมสรเดิมที่เขาเติบโตมา แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นทีมในภูมิลำเนาของตัวเอง ไปยังสโมสรระดับท็อปของวงการฟุตบอลโลก

แม้ว่าจะมีความท้าทายในฤดูกาลนี้ แต่ กรีลิช  ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความสามารถสูงและได้รับความคาดหวังจากกองเชียร์ และโค้ช กวาร์ดิโอลา ก็ยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มเปี่ยม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เผยเป้าหมายหลักของเขาก็คือการ การกวาดทุกแชมป์ พร้อมยอมรับเกลียดการเป็นทีมรองอย่างมาก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ดาวเตะ ระดับ เวิลด์คลาส ของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้มีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขานั้นเกลียดการเป็นทีมรอง เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเผยถึงเป้าหมายหลักต่อไปของเขา ก็คือ การตั้งเป้าพา ลิเวอร์พูล (Liverpool) เป็นผู้ชนะคว้าแชมป์ในทุกรายการที่ลงแข่งในฤดูกาลนี้ โดยในเวลานี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) นั้นกำลังเข้าสู่สัญญาปีสุดท้าย และยังไม่มีความคืบหน้าด้านสัญญาใดๆ ในเวลานี้ แต่ทว่าผลงานในฤดูกาลนี้ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก ลงสนามไป 17 นัด พร้อมทำไป 10 ประตู 10 แอสซิสต์ และก็ด้วยผลงานขนาดนี้ก็ช่วยให้ ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ต้นสังกัดนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อยู่ในเวลานี้ ในช่วงนี้นั้นเป็นช่วง ฟีฟ่า เดย์ หลายๆ คนไปเข้าแคมป์ทีมชาติกัน แต่ทางทีมชาติ อิยิปต์ เลือกที่จะให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) นั้นพักฟื้นฟูร่างกายอยู่ที่สโมสร เขาจึงมีโอกาสได้ออมาให้สัมภาษณ์กับสื่อของสโมสร ซึ่งนอกจากเรื่องของเป้าหมายที่เขาอยากทำให้ได้กับ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ในการคว้าแชมป์ทุกรายการแล้ว ยังได้ตอบถึง การมีความสุขกับปัจจุบัน ได้แบ่งปันช่วงเวลาที่พิเศษนี้ไปพร้อมกันกันกับ บรรดาเพื่อนร่วมทีม พร้อมทั้งบอกว่า ในวันที่ บ๊อบบี้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (Roberto Firmino) ได้อำลาจากสโมสรไปวันนั้น ตัวของเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่า วันนึงก็ถึงวันต้องจากลากัน เขาจึงอยากจะทำช่วงเวลาที่มีอยู่นี้ให้ดีที่สุดและเก็บมันไว้เป็นความทรงจำที่ดีต่อไป

 

เกล็น จอห์นสัน อดีตแบ็คหงส์แดงออกมาอ้อนวอน ขอร้องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อย่าเพิ่งย้ายไป ซาอุฯ ขอให้อยู่กับหงส์ต่อไปก่อน

 

เกล็น จอห์นสัน (Glen Johnson) อดีตแบ็คขวาของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) นั้นยังไม่ควรย้ายไปเล่นใน ซาอุฯ  เว็บ sbobet  เนื่องจากฟอร์มการเล่นในเวลานี้ของตัวเขานั้น มันยังโดดเด่น และยังสามารถเล่นฟุตบอลระดับสูงได้สบายๆ อยู่ แต่ในเวลานี้นั้นเรื่องของอนาคตของเขา เว็บ sbobet  ยังไม่แน่นอนกับ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เนื่องจากว่าทางสโมสร ยังไม่ได้ขยับเรื่องสัญญาใหม่อย่างชัดเจน แต่ก็กำลังมีการพูดคุย ดำเนินการอยู่ในเวลานี้ ทาง เกล็น จอห์นสัน (Glen Johnson)  ยังคงเชื่อมั่นว่า ตัวของ บังโม ยังสามารถเล่นให้กับ ลิเ่วอร์พูล (Liverpool) หรือแม้กระทั่งทีมใหญ่ ทีมอื่นได้อย่างสบายๆ อีกราวๆ สองสามปีเลย พร้อมเชื่อว่าการย้ายไป ซาอุฯ ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับตัวเขา และทาง เกล็น จอห์นสัน (Glen Johnson) ยังเห็นควรให้จ่ายค่าสัญญาตามที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ต้องการต่อไป เพราะเชื่อว่า ทาง บังโม ไม่น่าจะเรียกร้องอะไรที่มันเกินกว่าที่ยอมรับได้อยู่แล้ว ซึ่งนอกจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) แล้ว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค  (Virgil van dijk) ก็เช่นกัน ส่วนอีกรายที่น่าจะต้องเป็นกังวลมากก็คือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (Trent Alexander-Arnold) เพราะว่าได้รับความสนใจอย่างมากจากสโมสรยักษ์ใหญ่ อย่าง รีล มาดริด (Real Madrid) ในเวลานี้

 

ข่าวเพิ่มเติม หงส์,ผี,ไก่ และ ปืนใหญ่ เตรียมตัวยื่น เรียกร้องของค่าเสียหาย หากว่า เรือใบสีห้า ถูกตัดสินว่า ผิดเรื่องกฏการเงินว่าผิดจริง

 

เดอะ ไทมส์ สื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยออกมาว่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) ,อาร์เซน่อล ( Arsenal) ,สเปอร์ (Tottenham Hotspur) รวมไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) เตรียมพร้อมที่จะยื่นขอให้ทางทีมเรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ (Manchester City) นั้นต้องจ่ายชดเชยให้ในกรณีที่ แมนฯ ซิตี้ เกิดถูกตัดสินให้ ผิดจริง ในเรื่องของ กฏการเงิน ก่อนที่ อายุความนั้นจะหมดลง ในเวลานี้ 115 คดีของ แมนฯ ซิตี้ นั้นกำลังอยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย มีการพิจารณาอยู่และคาดว่าจะรอการตัดสินกันในช่วงต้นปีหน้า และหากว่าถูกพิจารณาว่าผิดจริงแล้วบรรดาสโมสรคู่แข่งของ เรือใบสีฟ้า ก็อาจจะสามารถเรียกค่าชดเชยจากความเสียหายหลังจากที่พวกเขาพลาดแชมป์ได้ หรือแม้กระทั่ง ความสูญเสียจากการที่ไม่ได้ไปร่วมรายการแข่งขันฟุตบอลยุโรป

เทน ฮาก ร้องแฟนบอล ช่วยแฟร์หน่อย ขอเวลาให้บรรดานักเตะเลือดใหม่ที่เขาดึงมาฉายแสงก่อนค่อยตัดสิน

เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) ออกมาอ้อนวอนให้บรรดาแฟนบอล เร้ด อาร์มี่ ทั้งหลาย ใจเย็นๆ อดทนที่จะรอดูความสำเร็จของทีมก่อน โดยตัวของ ผู้จัดการทีมหัวใส ได้บอกว่าเขานั้นต้องการใช้เวลาเพื่อที่จะปลุกฟอร์มของบรรดานักเตะเลือดใหม่ที่เขานั้นได้ดึงเข้ามาร่วมทีมก่อน ซึ่งก็มีทั้ง โจซัว เซิร์กซี่ย์(Joshua Zirkzee) ,ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Højlund) รวมไปถึง เลนี่ โยโร่ (Leny Yoro) ดาวเตะวัยรุ่นทั้งหลายนี้ ยังไม่ค่อยได้มีการเล่นด้วยกันมากนัก โดยเฉพาะ เลนี่ โยโร่ ที่ย้ายมายังไม่ทันได้โชว์ฟอร์มก็มีอาการบาดเจ็บพักยาวไปก่อนแล้ว

 

ด้วยสถานการณ์ของทีม ฟอร์มการเล่นที่ไม่มีทรง แฟนบอลปิศาจแดงต่างโวยวายใส่การทำงานของ เอริค เทน ฮาก

 

ยังคงเป็นกุนซือที่กลายเป็นเป้าโจมตีอยู่เสมอจริงๆ สำหรับ เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) ด้วยฟอร์มการเล่นที่แฟนบอลปิศาจแดงเรียกกันว่า ลูปนรกของ เทน ฮาก ชนะนัดนึง เสมอสองนัด แล้ววนไปแพ้ ที่ผ่านมามันเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด อย่างในนัดล่าสุดแฟนบอลต่างบ่นกันเป็นแถวถึงฟอร์มการเล่นสุดห่วยแตก ทำได้เพียงแค่ เสมอกับ ทเวนเต้ (FC Twente Enschede) ทีมจาก ลีกดัตช์ ไป 1-1 ในการทำศึก ยูโรป้า ลีก นัดแรก กับรูปแบบใหม่ซึ่งแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) ทั้งหลายต่างไม่พอใจในผลงาน เอาจริงๆ ก็มีบ่นมาตั้งแต่นัดที่เสมอ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ในศึกพรีเมียร์ลีกมาก่อนแล้ว สิ่งที่แฟนบอลไม่เข้าใจอย่างยิ่งคือการใช้งานนักเตะ รูปแบบการเล่นที่ไม่มีทรง ต่อบอลไม่มีระบบ นักเตะฟอร์มไม่ดีอย่าง มาคัส แรชฟอร์ด (Marcus Rashford) กลับได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ค่อยโดนดร็อป เปลี่ยนทีมมันทุกสัปดาห์ หาความคงเส้นคงวาไม่เจอ อีกเรื่องนึงที่สำคัญมากๆ ก็คือ ปัจจุบัน โอลด์ ทราฟฟอร์ด (Old Trafford) กลับไม่ได้เป็นสนามที่ทีมใดหวาดเกรงอีกต่อไป หาใช่ป้อมปราการที่จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) เล่นได้อย่างแข็งแกร่งไม่ เรื่องนี้ถูกตั้งคำถามอย่างชัดเจน เพราะหากย้อนไปในยุครุ่งเรือง สมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Sir Alex Ferguson) ทำทีม แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) อยู่นั้น การเล่นใน โอลด์ ทราฟฟอร์ด (Old Trafford) แทบจะการันตีชัยชนะได้โดยตลอด แต่พอมาในปัจจุบันยิ่งในยุคของ เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) ฉายา โอลด์ ทราฟฟอร์ด รีสอร์ท แอนด์ สปาร์ กลับกลายเป็นเรื่องปกติที่ถูกบรัฟกันในหมูทแฟนบอลไปเสียแล้ว ยิ่งในช่วงนี้ไม่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) จะแข่งกับทีมไหน ลอดเช็คราคาที่ลิงก์ beer555 ได้เลยว่ามักจะเป็นต่อไม่มาก บางทีที่ดูจาก beer555 แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นรองเสียด้วยซ้ำ ไม่ค่อยทำให้แฟนบอลรวมไปถึงนักลงทุนมีความสุขเท่าไหร่นัก สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United)

 

ซีอีโอ ปิศาจแดง ตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่ พา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกให้ได้ทัน ปี 2028 ฉลองครบรอบ 150 ปีในการก่อตั้งสโมสร

 

จากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นมันก็มาสอดคล้องกับเป้าหมายสุดยิ่งใหญ่ที่ทาง ผู้บริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) ตั้งเป้าไว้ก็คือการพา แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ในปี 2028 ซึ่งจะเป็นปีครบรอบ 150 ปี การก่อตั้งสโมสรพอดิบพอดี รายงานจาก ดิ แอธเลติก กล่าวว่า ทาง โอมาร์ เบร์ราด้า (Omar Berrada) ซีอีโอ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) ได้ออกมาแจ้งเป้าหมายให้ทางทีมงานของ เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) ทราบแล้วว่า ทางบอร์ด มีโปรเจ็คที่ยิ่งใหญ่ ชื่อ โปรเจ็ค 150 ซึ่งมันมีความหมายต่อการเข้าสู่ปีที่ครบรอบ 150 ปีของสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) หลังจากที่เริ่มก่อตั้งสโมสรครั้งแรกในปี 1878 โดยในตอนนั้นใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีธ เป้าหมายสำคัญหลักๆ ของ โปรเจ็ค 150 ก็คือการพา แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) พุ่งสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายหลักที่ต้องทำให้ได้คือ การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ให้สำเร็จในปี 2028 เรื่องนี้จึงถูกแฟนบอลตั้งคำถามเป็นอย่างมากว่า หากจะทำให้สำเร็จ โดยใช้กุนซือ ที่ชื่อ เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) มันจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะหากดูจากวิธีการเล่นตอนนี้แล้ว ยังถือได้ว่าห่างไกลกับบรรดาทีมลุ้นแชมป์อย่าง แมนฯ ซิตี้ (Manchester City) ,อาร์เซน่อล (Arsenal)  หรือแม้กระทั่ง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่เปลี่ยนโค้ชใหม่แต่ได้วิธีการเล่นที่แน่นอนแล้ว ผิดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) อย่างสิ้นเชิง แฟนบอล ปิศาจแดงทุกวันนี้ก็ทำได้แค่ถอนหายใจเพียงเท่านั้น