อาการบาดเจ็บของฮาแลนด์ส่งผลต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เออร์ลิง ฮาแลนด์ (Erling Haaland) กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานถึง 7 สัปดาห์ หลังได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในเกม เอฟเอ คัพ (FA Cup) รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่เอาชนะ บอร์นมัธ (Bournemouth) ไป 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อาการบาดเจ็บนี้ทำให้ทีมต้องปรับแผนการเล่นและอาจส่งผลกระทบต่อการลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) ในฤดูกาลนี้

รายละเอียดอาการบาดเจ็บและระยะเวลาการพักฟื้น

ฮาแลนด์ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 61 หลังจากทำประตูตีเสมอให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ หลังจบเกมมีคลิปวิดีโอเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นว่าเขาออกจากสนาม ไวทัลลิตี้ สเตเดียม (Vitality Stadium) โดยใช้ไม้ค้ำยันและมีอุปกรณ์พยุงข้อเท้าซ้าย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) ผู้จัดการทีม ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของฮาแลนด์ว่า:

“ทีมแพทย์บอกผมว่าเขาจะต้องพักประมาณ 5-7 สัปดาห์ เราหวังว่าเขาจะกลับมาทันช่วงท้ายฤดูกาล และพร้อมสำหรับศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (FIFA Club World Cup)”

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แถลงเพิ่มเติมว่า ฮาแลนด์จะเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านอาการบาดเจ็บ และคาดว่าเขาจะสามารถกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ในช่วงท้ายของฤดูกาล รวมถึงศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่จะจัดขึ้นในช่วงซัมเมอร์

ผลกระทบต่อผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อาการบาดเจ็บของฮาแลนด์ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมก็ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลักหลายคน โดยเฉพาะในแนวรุก สำหรับเกมที่พบกับ บอร์นมัธ ฮาแลนด์มีโอกาสทำประตูหลายครั้งแต่พลาดจุดโทษ อย่างไรก็ตาม เขายังสามารถทำประตูตีเสมอจากลูกครอสของ นิโค โอไรลีย์ (Nico O’Reilly) ก่อนที่ โอมาร์ มาร์มูช (Omar Marmoush) จะยิงประตูชัยให้ทีม

ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับ 5 ของ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ตามหลัง เชลซี (Chelsea) เพียง 1 คะแนน ในการลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดย เอฟเอ คัพ เป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขาในฤดูกาลนี้ หลังจากต้องเจอกับผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายใน พรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และ คาราบาว คัพ (Carabao Cup)

การขาดหายไปของฮาแลนด์ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ต้องปรับแผนการเล่น โดยอาจต้องพึ่งพานักเตะอย่าง จูเลียน อัลวาเรซ (Julián Álvarez) และ ฟิล โฟเดน (Phil Foden) มากขึ้นในการทำเกมรุก แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงต้องรอคอยการกลับมาของกองหน้าตัวเก่งรายนี้ และหวังว่าเขาจะฟื้นตัวได้ทันเวลาสำหรับช่วงท้ายของฤดูกาล

ฟุตบอลไทย กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมีนักเตะดาวรุ่งหลายคนแจ้งเกิดในลีกอาชีพ แฟนบอลให้ความสนใจ ฟุตบอลไทย มากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันไทยลีกที่มีความเข้มข้นทุกฤดูกาล

 

แจ็ค กรีลิช ต้องพิสูจน์ตัวเอง! เป๊ป กวาร์ดิโอลา ท้าทายให้แสดงศักยภาพ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่มีการแข่งขันภายในทีมสูงสุดในพรีเมียร์ลีก และหนึ่งในนักเตะที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันมากที่สุดคือ แจ็ค กรีลิช (Jack Grealish) ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ออกมาท้าทายให้เขาพิสูจน์ตัวเอง หลังจากที่ถูกลดบทบาทลงในฤดูกาลนี้

กรีลิช เจอความท้าทายหนักจากนักเตะใหม่

ในฤดูกาลนี้ แจ็ค กรีลิช (Jack Grealish) ไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) อีกต่อไป หนึ่งในสาเหตุหลักคือฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของ ซาวินโญ (Savinho) ปีกดาวรุ่งชาวบราซิล ซึ่งเชื่อมเกมได้ดีเยี่ยมกับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ (Erling Haaland)

นอกจากนี้ การกลับมาของ ออสการ์ บ็อบบ์ (Oscar Bobb) จากอาการบาดเจ็บ และการเสริมทัพด้วย โอมาร์ มาร์มูช (Omar Marmoush) ที่ย้ายมาในตลาดนักเตะเดือนมกราคม ยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งตำแหน่งในทีมรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม กรีลิช (Grealish) เพิ่งสร้างผลงานได้ดีในเกม เอฟเอ คัพ (FA Cup) ที่พบกับ เลย์ตัน โอเรียนท์ (Leyton Orient) โดยทำแอสซิสต์ให้ เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin de Bruyne) ทำประตูชัยในนาทีที่ 79 ซึ่งเป็นการลงตัวจริงครั้งแรกของเขานับตั้งแต่เกมที่พบกับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ (Salford City)

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยกย่อง “นักสู้ข้างถนน”

กวาร์ดิโอลา (Guardiola) กล่าวถึง กรีลิช (Grealish) ว่า “แจ็ค (Grealish) มีความเป็นนักสู้ข้างถนน (street fighter) นักเตะในปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องเล่นตามระบบที่โค้ชวางไว้ แต่ แจ็ค (Grealish) เป็นคนที่มีสัญชาตญาณนักสู้”

“เขาไม่ได้ลงเล่นในช่วงที่ผ่านมา เพราะ ซาวินโญ (Savinho) กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทางฝั่งซ้าย แต่ฤดูกาลยังไม่จบ และผมเห็นแววว่า แจ็ค (Grealish) จะกลับมาพิสูจน์ตัวเอง”

คำพูดของ กวาร์ดิโอลา (Guardiola) แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความคาดหวังในตัว กรีลิช (Grealish) และต้องการให้เขาต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกลับมา

การแข่งขันภายในทีมทำให้นักเตะต้องพัฒนา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) เป็นทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก ดังนั้นนักเตะทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อรักษาตำแหน่ง กวาร์ดิโอลา (Guardiola) กล่าวว่า “นักเตะต้องเข้าใจว่าการแข่งขันภายในทีมคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาพัฒนา ไม่ใช่แค่การเซ็นสัญญาฉบับใหม่”

“พวกเขาต้องแข่งขันกับ ซาวินโญ (Savinho), เจเรมี โดกู (Jeremy Doku) และ ฟิล โฟเดน (Phil Foden) เพราะทุกคนสามารถเล่นตำแหน่งเดียวกันได้”

การแข่งขันที่ดุเดือดในทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ กรีลิช (Grealish) ต้องทำผลงานให้ดีขึ้น หากเขาต้องการกลับมายึดตำแหน่งตัวจริง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลุ้น นิโก กอนซาเลซ ฟิตทันเจอ เรอัล มาดริด

นอกจากเรื่องของ กรีลิช (Grealish) แล้ว กวาร์ดิโอลา (Guardiola) ยังกล่าวถึง นิโก กอนซาเลซ (Nico Gonzalez) กองกลางค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมพบกับ เลย์ตัน โอเรียนท์ (Leyton Orient)

“ผมหวังว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมพบกับ เรอัล มาดริด (Real Madrid) แต่เราต้องรอดูอีกครั้ง อาการบาดเจ็บของเขาค่อนข้างรุนแรง”

เกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) ที่จะพบกับ เรอัล มาดริด (Real Madrid) เป็นศึกใหญ่ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด ซึ่งต้องรอดูว่า กรีลิช (Grealish) จะมีโอกาสลงสนามหรือไม่

สรุป

แจ็ค กรีลิช (Jack Grealish) กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ใน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) หลังถูกลดบทบาทในฤดูกาลนี้ แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ยังคงมีความหวังว่าเขาจะลุกขึ้นสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง การแข่งขันที่สูงในทีมอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ กรีลิช (Grealish) พัฒนาและกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง

เว็บไซต์ sbobet888 ทางเข้า ให้บริการแทงบอลออนไลน์และคาสิโนออนไลน์ครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง สมัครสมาชิกผ่าน sbobet888 ทางเข้า วันนี้ รับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ทันที

 

แมนฯ ซิตี้ รอดตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกหวุดหวิด พร้อมลุ้นเจอ เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น

แคมเปญ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะจบลงเหมือนกับร้านขายสินค้าที่หน้าสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ที่เกิดเพลิงไหม้ก่อนเกมจะเริ่ม แต่ด้วยการแก้สถานการณ์บนสนามทำให้พวกเขารอดเข้ารอบเพลย์ออฟได้อย่างหวุดหวิด แม้แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) ผู้จัดการทีม แมนซิตี้ ก็ยังรู้สึกถึงลางร้าย โดยกล่าวว่า “เมื่อผมเห็นไฟไหม้ก่อนเกม ผมคิดว่า ‘นักข่าวมีพาดหัวข่าวพร้อมแล้ว” โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ก่อนเกม ขณะที่ แมนซิตี้ ก็สามารถผ่านค่ำคืนแห่งความตึงเครียดและประสาทเสียมาได้ แม้จะแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูกาลนี ต่อไปพวกเขาจะต้องเจอกับ เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค – สถานการณ์ที่อาจทำให้แฟนบอล ซิตี้ ที่เหนียวแน่นที่สุดยังต้องสั่นสะท้าน การจบอันดับที่ 22 ของ ซิตี้ ในรอบแรกของ แชมเปี้ยนส์ ลีก รูปแบบใหม่ หลังชัยชนะ 3-1 เหนือ คลับ บรูจส์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ควรเป็นความอับอายสำหรับสโมสรที่มีความทะเยอทะยานสูง และเป็นแชมป์รายการนี้ในปี 2023

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2023 เพิ่งผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟได้อย่างหวุดหวิด 

 

หลังเอาชนะ คลับ บรูจส์ 3-1 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มรูปแบบใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนเกมเมื่อร้านขายสินค้าหน้าสนามเกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นลางร้ายโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) กุนซือของทีม การเข้ารอบเพลย์ออฟของ แมนซิตี้ ในครั้งนี้ถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากสถานะแชมป์เก่าและการลงทุนมหาศาลของสโมสร โดยพวกเขาจบอันดับที่ 22 จากการแข่งขันรอบแรก ซึ่งถือเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก

 

เกมนี้ แมนซิตี้ เผชิญช่วงเวลาวิกฤตเมื่อ ราฟาเอล โอนเยดิก้า (Raphael Onyedika) ยิงให้ บรูจส์ นำก่อนหมดครึ่งแรก 

 

ทำให้ทีมต้องการ 2 ประตูเพื่อเข้ารอบ บรรยากาศในสนามเงียบกริบ ยกเว้นมุมที่แฟนบอลทีมเยือนส่งเสียงเชียร์ ปัญหาของ แมนซิตี้ ในฤดูกาลนี้ยังคงเป็นเรื่องของแนวรับที่เปราะบาง สโบเบ็ตออนไลน์ โดยเฉพาะในตำแหน่งริมเส้น และแนวรุกที่ทำประตูได้น้อยลง สถิติที่น่าตกใจคือนี่เป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่ทีมของ กวาร์ดิโอล่า ไม่มีแม้แต่การยิงเข้ากรอบในครึ่งแรก สโบเบ็ตออนไลน์ นับตั้งแต่เกมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเดือนกันยายน 2022 กวาร์ดิโอล่า แสดงอาการหงุดหงิดตลอดเกม ทั้งกุมศีรษะและเตะกล่องเครื่องดื่มข้างสนาม แม้ภายหลังเขาจะหัวเราะและพยายามผ่อนคลายสถานการณ์ด้วยการพูดถึงความสำเร็จในอดีตสมัยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ต่อจากนี้ แมนซิตี้ จะต้องเจอศึกหนักในรอบเพลย์ออฟ กับหนึ่งในสองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากสำหรับแชมป์เก่าที่กำลังประสบปัญหาฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ได้เสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงฤดูกาลที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008-09 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่สโมสรถูกซื้อโดยกลุ่มทุนจากอาบูดาบี (Abu Dhabi)

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) กุนซือของทีมเคยกล่าวว่าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาไม่ต้องการเสริมทัพ แต่หลังจากประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บ ทำให้ต้องพิจารณาเรื่องการซื้อนักเตะใหม่

ซิตี้ (City) ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 5 ใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ได้คว้าตัวนักเตะมาแล้ว 3 ราย ด้วยค่าตัวรวม 123 ล้านปอนด์ ได้แก่:

  • โอมาร์ มาร์มูช (Omar Marmoush) กองหน้าจาก ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต (Eintracht Frankfurt)
  • วิตอร์ เรอิส (Vitor Reis) กองหลังจาก ปัลไมรัส (Palmeiras)
  • อับดูโคเดอร์ คูซานอฟ (Abdukodir Khusanov) เซ็นเตอร์แบ็คจาก ล็องส์ (Lens)

มาร์มูช (Marmoush) วัย 25 ปี เป็นดาวซัลโวอันดับ 2 ใน บุนเดสลีกา (Bundesliga) ด้วย 15 ประตูจาก 17 เกม รองจาก แฮร์รี่ เคน (Harry Kane) ของ บาเยิร์น มิวนิค (Bayern Munich) และยังเป็นผู้นำในการทำแอสซิสต์ด้วย 9 ครั้งและทั้งนี้หากใครไม่อยากพลาด ทางเข้าsbobetล่าสุด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

เรอิส (Reis) วัย 19 ปี ย้ายมาด้วยค่าตัว 29.6 ล้านปอนด์ หลังติดทีมยอดเยี่ยมของลีกบราซิล ส่วน คูซานอฟ (Khusanov) วัย 20 ปี มาด้วยค่าตัว 33.6 ล้านปอนด์ หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับ ล็องส์ (Lens)

นอกจากนี้ ซิตี้ (City) ยังสนใจ อันเดรีย คัมเบียโซ (Andrea Cambiaso) แบ็คซ้ายจาก ยูเวนตุส (Juventus) และ จูมา บาห์ (Juma Bah) กองหลังวัย 18 ปีจาก เรอัล บายาโดลิด (Real Valladolid)

ภายใต้การนำของ กวาร์ดิโอล่า (Guardiola) การเสริมทัพครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการบาดเจ็บของนักเตะ และเพิ่มความลึกให้กับขุมกำลัง โดยเฉพาะในแนวรับที่ขาดตัวเลือก หลังจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ (Kyle Walker) มีแนวโน้มย้ายไป เอซี มิลาน (AC Milan)

วันนี้ทางเรา จึงสรุปข่าวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาให้ทุกคนได้อ่านกันครับ และทั้งนี้หากใครไม่อยากพลาด ทางเข้าsbobetล่าสุด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

เป๊ป ต้องการ แจ็ค กรีลิช ร่างที่คว้า ทริปเบิ้ลแชมป์ หากเจ้าตัวหวังกลับมาลงเล่นตัวจริงให้เรืออีกคร้้ง

ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็ป กวาร์ดิโอลา กล่าวว่า แจ็ค กรีลิช ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับการกลับมาอยู่ในทีมสตาร์ทติ้งลิเนอัป โดยแสดงคุณภาพเช่นเดียวกับตอนที่สโมสรคว้าแชมป์ทรีเบิลในปี 2023

นักเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 29 ปี ปรากฏตัวในลีกคู่ของแมนซิตี้ 14 นัดจาก 20 นัด แต่เริ่มแข่งเพียง 6 นัดเท่านั้น กรีลิชลงเล่นเพียง 6 นาทีในการชนะเวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยเข้าแทน เออร์ลิง ฮาลันด์ ในนาทีที่ 84 ส่วนซาวินโญ นักเตะชาวบราซิล มูลค่า 30.8 ล้านปอนด์จากจิโรน่า เป็นผู้เริ่มแข่งแทนกัปตันเก่าแอสตัน วิลล่า และส่งให้แฮลันด์ทำประตูถึง 2 ลูก เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กล่าวว่าจะร่วมมือกับกรีลิช ทางเข้าสโบเบ็ตล่าสุด เพื่อช่วยให้เขากลับมามีฟอร์มดังเดิมเหมือนตอนที่เป็นนักเตะหลักเมื่อสองฤดูกาลก่อน เมื่อแมนซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และแชมเปี้ยนส์ลีก

เมื่อถูกถามว่าซาวินโญ่ อาจเป็น ‘ตัวอย่าง’ ให้กับกรีลิชเพื่อกลับมาติดทีม

เฮดโค้ชแมนซิตี้ กล่าวว่า “ซาวินโญ่ อยู่ในสภาพที่ดีกว่ากรีลิช และนั่นคือเหตุผลที่ฉันให้เขาลงเล่นกับเวสต์แฮม”

“ฉันต้องการ กรีลิช ที่คว้าแชมป์ทรีเบิล? ใช่ ฉันต้องการ แต่ฉันพยายามซื่อสัตย์กับตัวเอง พวกเขาต้องสู้ คุณอาจบอกว่านี่ไม่ยุติธรรม โอเค ถ้าคุณคิดแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่คุณต้องพิสูจน์ว่า ‘โอเค ฉันจะสู้กับซาวินโญ เพื่อสมควรได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้’ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ และทุกเดือน”

แจ็ค กรีลิช (Jack Grealish) นักฟุตบอลหนุ่มชาวอังกฤษได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิหลังย้ายจาก แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) ไปยัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ด้วยค่าตัวสูงถึง 100 ล้านปอนด์ในฤดูร้อนปี 2021 โดยเขาสามารถคว้าถ้วยรางวัลสำคัญได้มากมาย ประกอบด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีก (Champions League) และถ้วยเอฟเอคัพ (FA Cup)

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยพบกับความพ่ายแพ้ถึง 9 นัดจาก 13 นัดก่อนช่วงคริสต์มาส ซึ่ง 6 ในนั้นเป็นการแพ้ในพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ทีมหลุดออกจากการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 5

เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กุนซือชาวสเปนของทีมได้กล่่าวถึง กรีลิช ในแง่มุมที่น่าสนใจ 

โดยระบุว่า นักเตะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและสร้างจังหวะ กรีลิช พลาดการแข่งขันไปสองนัดในช่วงวันหยุดประจำปี ก่อนจะกลับมามีส่วนสำคัญในการชนะ เวสต์แฮม (West Ham) ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมได้เป็นอย่างดี

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาบาดเจ็บ และต้องการจังหวะในการเล่น แต่นักกีฬาจำเป็นต้องฝึกซ้อม” กวาร์ดิโอลา กล่าว “ฉันไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับคุณภาพของ แจ็ค หรือนักเตะคนอื่นๆ หากพวกเขาไม่มีคุณสมบัติพิเศษ พวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”

เขายังเสริมว่า “ฉันต่อสู้มากเพื่อให้เขามาอยู่ที่นี่ ฉันรู้ว่าเขาทำได้ เพราะฉันเห็นระดับความสามารถของเขา และฉันต้องการเห็นเขาแสดงออกมาในทุกๆ การฝึกซ้อมและทุกๆ การแข่งขัน”

การย้ายทีมของ กรีลิช มาสู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทางเข้าสโบเบ็ตล่าสุด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอาชีพการเล่นฟุตบอล เขาได้ย้ายจากสโมสรเดิมที่เขาเติบโตมา แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นทีมในภูมิลำเนาของตัวเอง ไปยังสโมสรระดับท็อปของวงการฟุตบอลโลก

แม้ว่าจะมีความท้าทายในฤดูกาลนี้ แต่ กรีลิช  ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความสามารถสูงและได้รับความคาดหวังจากกองเชียร์ และโค้ช กวาร์ดิโอลา ก็ยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มเปี่ยม

ก่อนมาเป็น พอช เผย สหรัฐฯ พยายามคุย เจอร์เก้น คล็อปป์ หลายต่อหลายครั้งแต่โดนปฏิเสธทั้งหมด

เผยเบื้องหลังการมาคุมทีมชาติ สหรัฐอเมริกา ของ เมาริซิโอ ปอร์เช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) ก่อนหน้านั้นมีการพยายามทาบทาม เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) หลายต่อหลายครั้งแต่สุดท้าย คล็อปป์ ก็ยืนยันคำเดิมปฏิเสธหน้าหงายกลับมาทุกครั้ง นอกจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) ก็ยังมีลิสต์ รายชื่อ ผู้จัดการทีมคนดังอีกหลายๆ คนที่ทาง สหรัฐอเมริกา นั้นสนใจ จนสุดท้ายก็ได้บทสรุปเป็น เมาริซิโอ ปอร์เช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) ในที่สุด

 

จุดยืนชัดเจน คล็อปป์ ปัดข้อเสนอคุมทีมชาติ สหรัฐอเมริกา แม้จะโดนตามตื้อหลายครั้ง ก่อนที่จะไปจบที่ พอช 

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) ถือเป็นหนึ่งกุนซือฝีมือดีการันตีคุณภาพที่ยังคงว่างงานอยู่ในเวลานี้ แต่ที่ว่างงานนั่นก็เพราะว่าตัวเขานั้นยังคงอยากพักผ่อนกับครอบครัวให้เต็มที่ หลังจากตรากตรำทำงานหนักในทุกช่วงเวลาที่เขาได้คุมทีม ลิเวอร์พูล (Liverpool) มาอย่างยาวนานร่วมๆ 9 ปี แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีภาพเขาไปรับงานคุมเกมเทสติโมเนียล แมตช์ ของ ลูคัสซ์ พิสซ์เซ็ค ( Łukasz Piszczek) และ ยาคุบ บลาซซีคอฟสกี้ (Jakub Błaszczykowski) อดีตลูกทีมของเขา มาหมาดๆ แต่ก็เป็นการคุมทีมที่ไม่ได้ใช้แท็คติกอะไรมากนัก แค่เป็นการไปปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าแฟนบอล เสือเหลือง ซึ่งทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp เองได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมีลูกรักอยู่สามคนด้วยกันนั่นก็คือ ไมนซ์05 (Mainz 05) ,โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Borussia Dortmund) และ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เค้าอาจจะคิดถึงการคุมทีมอยู่บ้าง แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ สำหรับตอนนี้เขาพอใจกับการพักผ่อนการได้ไปสนุกในที่ต่างๆ และยังไม่คิดถึงการรับงานใดๆ ทั้งสิ้น และก็สอดคล้องกับที่มีการเปิดเผยออกมาว่า ทางทีมชาติ สหรัฐอเมริกา นั้นเคยพยายามอย่างมากที่จะยื่นข้อเสนอให้กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) และโน้มน้าวให้รับงานคุมทีมชาติ สหรัฐอเมริกา สู้ศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่ก็ถูกปฏิเสธมาทุกครั้งไป จนในที่สุดก็ไปจบลงที่การได้ เมาริซิโอ ปอร์เช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) กุนซือมากฝีมืออีกคนที่มารับงานนี้ไปแทน สำหรับใครที่สนใจ วิธีแทงบอลออนไลน์ ช่วงนี้กำลังเปิดฤดูกาลก็สามารเข้าไปดูที่เว็บต่างๆ ได้เลยมีให้ได้ลองกันหลายๆ เว็บดูบอลไปด้วย ได้ลุ้นไปด้วยสนุกกว่านั่งดูเฉยๆ แน่นอน ใครที่ไม่เป็นเลยก็สามารถเข้าไปศึกษา วิธีแทงบอลออนไลน์ ดูได้ไม่ยากเกินไปแน่นอน เดี๋ยวนี้รู้ วิธีแทงบอลออนไลน์ ไว้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสนุกในการดูบอลเช่นกัน 

 

ตามรายงานระบุว่า แน่นอนว่า คล็อปป์ นั้นเป็นเป้าหมายหลักของ อเมริกา แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ทาง สหรัฐอเมริกา เล็งไว้เช่นกัน

 

แม้ในตอนนี้จะได้บทสรุปเรื่องกุนซือทีมชาติสหรัฐอเมริกา ไปเรียบร้อยแล้วว่าเป็น เมาริซิโอ ปอร์เช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) แต่ทว่าก่อนหน้านี้ แน่นอนเป้าหมายหลักคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) แต่ทาง ดิ แอธเลติก (The Athletic) ก็มีรายงานต่อไปอีกว่า ไม่ใช่เพียงแค่ เจอร์เก้น คล็อปป์ (Jürgen Klopp) เท่านั้นยังมีลิสต์รายชื่อ ของกุนซือมากฝีมืออีกหลายคนที่เป็นเป้าหมายของ สหรัฐอเมริกา โดยที่เปิดเผยมาก็มีทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) ,โธมัส แฟรงค์ (Thomas Frank),แกเร็ธ เซาธ์เกต (Gareth Southgate) รวมไปถึง แกรห์ม พ็อตเตอร์ (Graham Potter) อดีตกุนซือ เชลซี อีกคนที่เป็นเป้าหมาย ก่อนที่ท้ายที่สุดจะมาเป็น เมาริซิโอ ปอร์เช็ตติโน่ (Mauricio Pochettino) ที่มารับงานนี้ไปในที่สุด สำหรับ สหรัฐอเมริกา ที่เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมในฟุตบอลโลกปี 2026 ที่จะถึงนี้นั้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมาแล้ว 1 ครั้ง ในปี 1994 เชื่อว่าหลายๆ คนที่เป็นแฟนบอลในช่วงยุคนั้นน่าจะจำกันได้ ปีนั้น บราซิล เป็นแชมป์โลก นี่เป็นอีกครั้งที่ฟุตบอลโลก จะได้จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ภายใต้การเป็นเจ้าภาพร่วมกันของ อเมริกา,เม็กซิโก และ แคนาดา มารอดูกันว่ามันจะออกมาดีขนาดไหน เพราะทั้งสามชาติถือเป็น  ชาติที่เคยมีประสบการณ์ ในฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งสิ้น ในช่วงนี้ก็ยังคงอยู่ในช่วงที่ทุกๆ ชาตินั้นกำลังขับเคี่ยวกันในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 อยู่ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนก็พอจะได้รู้กันแล้วว่า ทีมใดบ้างจะได้เข้าร่วมในฟุตบอลโลก 2026 เชื่อว่าแฟนบอลทั้งหลายคงจะตื่นเต้นและรอคอยที่จะได้รับชมมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้อีกครั้ง